“ม่อนจอง” ดินแดนแห่งทุ่งหญ้าสีทองยามแสงอาทิตย์สาดส่อง

เป็นระยะเวลาเกือบ 2 ปีที่เราตั้งหน้าตั้งตาลอยคอและรอคอยเพื่อที่จะได้มายังที่แห่งนี้
.
.

“ม่อนจอง” ดินแดนแห่งทุ่งหญ้าสีทองยามแสงอาทิตย์สาดส่อง ที่รอมานานไม่ใช่จองยากหรืออะไร แค่เราไม่ว่างแค่นั้นแหละ

ม่อนจอง ตั้งอยู่ที่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ก่อนที่จะเริ่มเดินได้นั้น ต้องนั่ง 4wd เข้าไปยังจุดเริ่มเดินประมาน 1.30 ชม. ใครใคร่ยืนจงยืน ใครใครนั่งก็นั่งไปแต่บอกเลยว่าตูดระบม ฮ่าๆ หลังจากนั้นก็เดินเท้าต่ออีกประมาน 2-4 ชม. ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายแต่ละคนเลยจ้า

สำหรับใครที่เพิ่มหัดเดินป่าครั้งแรก ม่อนจองเป็นตัวเลือกที่ดีที่เดียวเนื่องจากเดินง่าย วิวสวย ถ่ายรูปมุมไหนก็สวย ราคาไม่แพง แนะนำๆให้ลองมาสักครั้งในชีวิต โดยม่อนจองจะเปิดให้ขึ้นตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ของทุกปี อาหารเตรียมกันขึ้นไปเองนะ สัญญาณมือถือ True กับ Ais มีมีบางจุด ส่วน Dtac เซย์กู๊ดบายไปได้เลย ไม่มีค่ะ

“ม่อนจอง” ดินแดนแห่งทุ่งหญ้าที่ตัดกับท้องฟ้าสีฟ้าสดใส เป็นสถานที่ยอดนิยมของเราเหล่านักเดินป่า ที่จะต้องมาให้เห็นความสวยงามของที่นี่สักครั้งด้วยตาตัวเอง

ม่อนจอง ตั้งอยู่ที่ อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ ส่วนวิธีการเดินทาง ทำยังไงก็ได้ให้ตัวเองมาถึงเชียงใหม่ แล้วหารถมายังหน่วยพิทักษ์ป่ามูเซอ แต่ถ้ามากันหลายคน แนะนำให้เหมารถตู้กันมาเลย ทั้งคุ้ม ทั้งประหยัด และถึงที่หมายได้อย่างง่ายดายด้วย

Start trip ค่า สำหรับการขึ้นไปยังจุดเริ่มเดิน เราต้องนั่งรถ 4wd ขึ้นไป ใช้เวลาประมาณ 1.30 ชม. ใครยืนก็จับและหลบกิ่งไม้ดีๆ ส่วนใครนั่งก็หาอะไรนิ่มๆมารองก้นหน่อย ไม่งั้นระบมได้

พกแมสปิดจมูกไปด้วยนะ เพราะระหว่างทางคือฝุ่นหนามากกกกกกกก ไม่แนะนำให้เอารถขึ้นไปเองนะคะ เพราะทางบางช่วงอันตราย ใช้บริการชาวบ้านดีกว่า ถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัยแน่นอนเพราะเขาชินกับเส้นทางแล้ว

ที่นี่เดินง่ายนะ (ง่ายสำหรับเราแต่ไม่รู้ยากสำหรับคนที่ไม่เคยเดินป่ามั้ย ฮ่าๆ) ใช้เวลาเดิน 2-4 ชั่วโมงก็ถึงเเล้ว ระหว่างทางก็ขอเติมพลังกันหน่อย อาหารให้เตรียมมาเองเลยเพราะระหว่างทางไม่มีอะไรขายทั้งนั้น

ถ้าเห็นเนินฮิบหอบเมื่อไหร่ให้รู้เลยว่าคุณเก่งมาก เพราะคุณใกล้ถึงเเล้วนั่นเอง แต่ไม่ต้องรีบเดินนะ นั่งพักถ่ายรูปเล่นกันสักพักก็ได้ ลานนี้กว้างขวาง ลองเดินเล่นดูจะเห็นมุมถ่ายรูปแจ่มๆอีกหลายมุมเลยแหละ

เห็นไกลๆนั่นมั้ย สวัสดีนะผาหัวสิงห์ เดี๋ยวเราจะไปหาเธอ

แต่ก่อนหน้านั้น ขอเอาของไปเก็บและจับจองที่นอนกันก่อน วันที่เราไปคือคนเยอะมาก เลยได้กางเต็นท์แบบอบอุ่นๆ (เบียดกันนั่นเอง) หลังจากนั่นก็ไปถ่ายรูปเล่นกันแล้วจ้า

แต่ก่อนหน้านั้น ขอเอาของไปเก็บและจับจองที่นอนกันก่อน วันที่เราไปคือคนเยอะมาก เลยได้กางเต็นท์แบบอบอุ่นๆ (เบียดกันนั่นเอง) หลังจากนั่นก็ลุย!! ป่ะ ไปถ่ายรูป

มุมนี้ เห็นผาหัวสิงห์ทั้งหมดโดยไม่ต้องเดินไปต่อ แนะนำให้ราเย็นสักนิดแล้วค่อยถ่าย แสงจะสวยมาก ทุ่งหญ้าก็สวยเช่นกัน มาทั้งทีใครจะเดินไปถึงยอดผาหัวสิงห์ก็เดินไปเลยนะ เราไม่ไป ฮ่าๆๆ แค่นี้เราก็อิ่มกับธรรมชาติละ

เอาโพลาลอยไปถ่ายเป็นที่ละรึกแบบนี้ก็น่ารักดี 🙂 แต่คงจะดีกว่านี้ถ้าเป็นรูปคู่ของเรา ไม่ใช่รูปคู่เขา

ลงไปถ่ายรูปได้ แต่ระมัดระวังกันด้วยนะ

หลังพระอาทิตย์ตก แนะนำให้ย้ายมาถ่ายรูปตรงก่อนทางลงที่กางเต็นท์ จะได้แสงสวยๆกับนั่งอิจฉาคนมีคู่ตรงนี้

เดือนกุมภาพันธ์ เดือนแห่งการล่าทางช้างเผือก เสียดายตรงที่วันที่เราไปเมฆมาเต็มเลย แต่ก็ยังดีที่ได้เห็นน้องช้างอยู่บ้าง ใครไม่ใช่สายถ่ายรูปลองเอาถุงนอนไปกางนอนดูดาวได้นะ ดาวตกเยอะมาก

สุดท้ายนี้ เวลาแห่งความสุขมักผ่านไปไวเสมอเลย สำหรับทริปนี้บอกได้เลยว่าประทับใจมากๆ และถ้ามีโอหาสจะกลับมาหาใหม่ในช่วงทุ่งหญ้าสีเขียวละกันนะ

ค่าใช้จ่ายต่างๆในทริปนี้

ค่าเข้าอุทยาน : 20 บาท/คน
ค่าธรรมเนียมพื้นที่กางเต๊นท์ : 50 บาท/เต็นท์ขนาดไม่เกิน 4 คน
ค่าลูกหาบคนละ : 600 บาท ไป – กลับ ( ไม่เกิน 20 กก. )
ค่ารถ 4wd ขึ้นดอย : 3000 บาท ( นั่งได้ 10 คน )
เบอร์ติดต่อ : 092-559-7201


ทริปนี้เราใส่ชุดของ U-P Activewear City Travelers Collection เพราะอยากได้เนื้อผ้าที่ใส่สบาย คล่องตัว ระบายเหงื่อได้ดี ซึ่งตอบโจทย์สำหรับทริปลุยๆแบบนี้ ตามไปเลือกช็อปกันได้ที่ Shop Mcjeans ทั่วประเทศ หรือทางออนไลน์ http://bit.ly/U-Pactivewear

อัพเดตสินค้าใหม่ๆ ได้ที่
Facebook page : U-P Activewear
Instagram : upactivewear


ดูรีวิวและที่เที่ยวอื่นๆ หรือสอบถามเพิ่มเติมได้ใน https://facebook.com/Lakgunpai

You Might Also Like

No Comments

Leave a Reply